www.thaifreemart.info
หน้าแรก ลงประกาศฟรี ประกาศทั้งหมด ลงโฆษณา การชำระเงิน ติดต่อเรา
 
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ขายที่ดิน
รับจ้างโพสต์
ระบบบำบัดน้ำเสียโรงงาน
ประกาศขายคอนโดฟรี
ขายส่งกลูต้าไธโอนแบบฉีด
รับจ้างโพสต์ประกาศ
ช้อปปิ้งออนไลน์
ลงประกาศฟรี
กล้องวงจรปิด
รับโพสต์เว็บ
โปรโมทเว็บไซต์ฟรี
ลงประกาศขายฟรี
พลาสติกมีเดีย
ทําเว็บ
รับซื้อสินค้ามือสอง
ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป
:: หมวดหมู่ประกาศ ::
กล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ
การศึกษา
กีฬา
เกมส์ ของเล่น
ของสะสม ของเก่า อดิเรก
คอมพิวเตอร์
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องดนตรี
ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง
ตั๋ว บัตร
ท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก
ธุรกิจ งาน
นาฬิกา จิวเวลลี่ เครื่องประดับ
บันเทิง เพลง ดนตรี
เฟอร์นิเจอร์
แฟชั่น เสื้อผ้า
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
แม่และเด็ก
รถ ยานพาหนะ
ศิลปะ หัตถกรรม ของที่ระลึก
เสริมสวย สุขภาพ
หนังสือ
อสังหาริมทรัพย์
อาหาร
อุตสาหกรรม เครื่องจักร
อุปกรณ์สำนักงาน
อื่นๆ
ลงประกาศฟรี
:: สถิติการใช้งาน ::
ประกาศใหม่วันนี้ 7 รายการ
ประกาศทั้งหมด 19997 รายการ
สมาชิกทั้งหมด 1701 คน
ผู้เข้าชมทั้งหมด 5698734 ครั้ง
:: FACEBOOK FANPAGE ::
ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง > สัตว์เลี้ยง
6 โรคสำคัญที่สุนัขและแมวเป็นร่วมกันได้
 
  ข้อมูลประกาศ
ความต้องการ :
แนะนำ สมาชิก
สภาพสินค้า : ไม่ระบุ
ราคา : ไม่ระบุ
วันที่ลงประกาศ : 6 พฤษภาคม 2561
แก้ไขล่าสุด : 6 พฤษภาคม 2561 21:34:02 น.
ผู้ลงประกาศ : คุณBonut
ที่อยู่ : Bangkok
จังหวัด : กรุงเทพมหานคร
เบอร์โทรศัพท์ : 0909960682
อีเมล์ : bonutguruna2@gmail.com
เข้าชม : 12 ครั้ง
ไอพี :
110.171.194.104 แก้ไข | แจ้งลบ
รายละเอียดประกาศ
1 โรคหนอนพยาธิ
 
     หนอนพยาธิ (Helminths) เป็นปรสิตภายในร่างกาย สุนัขและแมวมีหนอนพยาธิหลายชนิดที่สามารถติดต่อร่วมกันได้ โดยอาการที่แสดงออกมานั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นกับชนิดของหนอนพยาธิและตำแหน่งที่หนอนพยาธิเข้าไปอาศัยอยู่ เช่น อาเจียน ท้องเสีย ฯลฯ เราสามารถแบ่งหนอนพยาธิออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามลักษณะ คือ เป็นตัวกลม ตัวแบน และตัวตืด 

สำหรับหนอนพยาธิที่สามารถติดต่อได้ทั้งสุนัขและแมว ก็ได้แก่ พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini ) พยาธิใบไม้ในปอด (Paragonimus spp.) พยาธิตืดหมัด (Dipylidium caninum) พยาธิตืดปลา (Spirometra mansini ) พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spinigerum) พยาธิปากขอ (Ancylostoma caninum) ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่จะรับผ่านทางกินอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนหนอนพยาธิ หรือได้รับจากแม่ผ่านทางน้ำนม บางชนิดอาจใช้วิธีการชอนไชผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ด้วย เช่น พยาธิปากขอ (Hookworm) ซึ่งสัตว์ที่เป็นส่วนใหญ่ที่เป็นก็มักอยู่ในที่มีสกปรก มีสุขาภิบาลไม่ดี ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ทำให้มีการมีการแพร่กระจายของโรคหนอนพยาธิจากสัตว์ต่อสัตว์ได้

โรคหนอนพยาธิสามารถพบได้ในสุนัขและแมวทุกช่วงวัย แต่ลูกสัตว์จะเป็นวัยที่พบได้บ่อยกว่าวัยอื่น ๆ สามารถรักษาได้โดยการป้อนยาถ่ายพยาธิตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ สำหรับเจ้าของที่เลี้ยงน้องหมาและน้องแมวร่วมกัน ก็ควรต้องพาสัตว์เลี้ยงไปหาคุณหมอ เพื่อป้อนยาถ่ายพยาธิป้องกันเป็นประจำทุก ๆ 3-6 เดือนครับ 
 
 
2 โรคพยาธิหนอนหัวใจ
 
     โรคพยาธิหนอนหัวใจ (Heartworm disease) โรคนี้คนเลี้ยงสุนัขจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คน ที่ทราบว่าน้องแมวก็เป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โรคพยาธิหนอนหัวใจนั้นเกิดจากการติดเชื้อ Dirofilaria immitis ซึ่งมียุงเป็นพาหะ ยุงมากัดหมาแล้วไปกัดแมว แลกเชื้อกันไปมาซึ่งกันได้ผ่านยุง เมื่อน้องหมาและน้องแมวรับตัวอ่อนระยะที่ 3 ของเชื้อจากยุงเข้ามาแล้ว ตัวอ่อนจะเจริญเป็นระยะที่ 4 อยู่ที่เนื้อเยื่อบริเวณที่ยุงมากัด จากนั้นตัวอ่อนก็จะล่องลอยไปตามกระแสเลือด ที่สุดก็จะไปโตเต็มวัยในหัวใจและปอด โดยสามารถอาศัยอยู่ในนั้นไปได้เป็นปี ๆ เลยทีเดียว 
สมัยก่อนเราพบสุนัขป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคนี้จำนวนมาก ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคลดลง เนื่องจากเจ้าของใส่ใจป้องกันในสุนัขมากขึ้น แต่สำหรับในแมว เจ้าของส่วนใหญ่ยังละเลยในการป้องกัน จึงทำให้มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคนี้ได้ โดยเฉพาะแมวที่เลี้ยงปล่อยแบบอิสระ (outdoor cats) หากต้องใช้ชีวิตร่วมกันกับน้องหมา ก็ควรต้องป้องกันโรคพยาธิหนอนหัวใจ ทั้งสุนัขและแมวควบคู่กันไปด้วย ปัจจุบันมียาสำหรับป้องกันพยาธิหนอนหัวใจแบบกิน (ไอเวอร์แมกติน มิลบีมายซิล) สำหรับสุนัข ส่วนยาหยอดหลัง (เซลาแมกติน โมซิเด็กติน) สามารถใช้กับสุนัขและแมวได้ โดยผู้ผลิตจะแยกบรรจุภัณฑ์สำหรับสุนัขและแมวชัดเจน เจ้าของสามารถซื้อมาใช้เองได้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ครับ
 
 
3 โรคติดเชื้อโปรตัวซัว Giardia
 
     โรคติดเชื้อโปรตัวซัว Giardia มีชื่อเรียกว่า โรค Giardiasis สามารถติดต่อได้ทั้งในสุนัขและแมว ส่วนใหญ่มักก่อให้เกิดปัญหากับทางเดินอาหาร โดยทำให้เกิดท้องร่วงและรบกวนการดูดซึมของอาหาร โดยน้องหมาและน้องแมวจะได้รับเชื้อผ่านทางอุจจาระที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำ จากการกิน (fecal oral route) ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดกับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในที่มีสุขลักษณะไม่ดี ถูกเลี้ยงรวมกันอย่างแออัด หรือมีการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง บางรายอาจได้รับผ่านการเลียทำความสะอาดขนตัวเอง ซึ่งปนเปื้อนมาจากการนอนคลุกคลีอยู่ในที่สกปรก 
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะไปยึดเกาะและทำลายผนังของลำไส้ ทำให้ท้องเสียเป็นน้ำ มีกลิ่นเหม็นเน่า บางรายเป็นเรื้อรัง อาจท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ ผนังลำไส้ลูกทำลาย จนพัฒนากลายเป็นความผิดปกติอื่น ๆ ได้ เช่น โรค inflammatory bowel disease ในสุนัข สำหรับการวินิจฉัยจะใช้การส่องตรวจอุจจาระ หรือใช้ชุดทดสอบ SNAP Giardia test ซึ่งน้องหมาและน้องแมวที่เป็นจะต้องได้รับยากินนาน 5-7 วัน และตรวจอุจจาระซ้ำจนกว่าจะไม่พบเชื้อ โดยต้องทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมด้วยน้ำยาซักล้างหรือยาฆ่าเชื้อร่วมด้วยครับ
 
 
4 โรคฉี่หนู
 
     โรคเลปโตสไปโลซีส (Leptospirosis) หรือ โรคฉี่หนู ชื่อที่ใครหลายคนต่างก็คุ้นหูกันดี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Leptospira spp. โดยมีหนูเป็นสัตว์รังโรค สามารถกักเก็บเชื้อเอาไว้ในท่อไตได้ยาวนาน โดยที่ตัวเองก็อาจไม่ได้แสดงอาการป่วยให้เห็น สุนัขและแมวรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เวลาที่ไปไล่จับหนู หรือรับเชื้อผ่านอาหารและน้ำที่มีเชื้อโรค เนื่องจากสัตว์ป่วยที่มาอึหรือฉี่ไว้ หรือ ได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนตามสิ่งแวดล้อมผ่านผิวหนังที่มีแผล เวลาที่น้องหมาคลุกดินโคลน ลงเล่นน้ำ หรือต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน ๆ แน่นอนว่าหากมีสุนัขหรือแมวป่วย ก็อาจเป็นพาหะนำโรคมาติดต่อซึ่งกันและกันได้
 อาการน้องหมาและน้องแมวที่ป่วยจะแสดงอาการซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร ท้องเสีย อาเจียน กินน้ำมาก ปัสสาวะมากหรืออาจปัสสาวะน้อย ไปจนถึงไม่มีปัสสาวะเลย ร่างกายขาดน้ำ มีไข้สูง เกิดภาวะดีซ่าน (ตัวเหลือง) ตาแดง (พบการอักเสบของยูเวียที่ตาและเบื่อบุตา) เจ็บปวดบริเวณท้อง เจ็บปวดกล้ามเนื้อ สัตว์ที่กำลังตั้งท้องอยู่จะแท้งลูกได้ด้วยครับ
 
     สำหรับสัตว์ที่ป่วยคุณหมอจะใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคองอาการ (Supportive) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อต่อเนื่องยาวนาน 4-5 สัปดาห์ การฉีดวัคซีนป้องกันให้สัตว์เลี้ยง สามารถป้องกันได้เพียงบางเชื้อชนิดย่อย (serovars) บางตัวเท่านั้น ในทางปฏิบัติเราไม่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อย่อยได้ทุกชนิด เนื่องจากเชื้อมีมากถึง 250 serovars ดังนั้นการป้องกันไม่ให้น้องหมาและแมวรับเชื้อจากหนูและสัตว์อื่น ๆ ที่ป่วย หรือจากในสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ ดิน อาหาร (ไม่ตั้งอาหารไว้ค้างคืนให้หนูมากิน) จึงเป็นการป้องกันที่เหมาะสมที่สุดครับ
5 โรคเชื้อรา Dermatophytosis 
 
     โรค Dermatophytosis หรือ Ringworm เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Microsporum canis, Microsporum gypsium  และ Trichophyton mentagrophytes  คนไทยเรามักเรียกกันว่า โรคกลาก สามารถติดต่อกันระหว่างสุนัขและแมว คนที่เลี้ยงแมวมักจะรู้จักโรคนี้กันเป็นอย่างดี เพราะสามารถติดต่อสู่คนได้ด้วย โดยติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรง การใช้แปรงขนหรือเบาะนอนร่วมกัน มักเกิดกับรายที่อยู่ในที่อับชื้นและภูมิคุ้มกันไม่ดี 
เชื้อราพวกนี้จะอาศัยอยู่ตามผิวหนัง เส้นขน และเล็บ คอยกิน keratin ที่ผิวเป็นอาหาร โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ใบหู หน้าท้อง แผ่นหลัง ขา และเล็บของสัตว์ ลักษณะรอยโรคที่สำคัญ คือ จะมีขนร่วงเป็นวง ๆ เริ่มแรกจะเป็นวงเล็ก ๆ จากนั้นรัศมีจะขยายใหญ่ขึ้นเรื้อย ๆ ซึ่งอาจพบขนร่วงเป็นย่อม ๆ กระจายทั่วตัวได้ (แต่บางรายก็อาจไม่เป็นลักษณะวง ๆ เช่นนี้) นอกจากนี้ยังมีสะเก็ดรังแค ผิวหนังแดงอักเสบ และคัน การรักษามีทั้งยากิน ยาทา และแชมพู ร่วมกับการจัดการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อรา และการไถขนออกเพื่อทำลายแหล่งที่เชื้อราใช้หลบซ่อนครับ 
 
 
 
6 โรคเรบีส์หรือพิษสุนัขบ้า
 
     โรคนี้หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี โรคเรบีส์ (Rabies) หรือพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่ติดต่อกันในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สุนัขและแมวที่เลี้ยงรวมกัน จึงมีโอกาสติดต่อสู่กันได้ ผ่านทางน้ำลายเข้าทางบาดแผลที่ถูกกัด ข่วน หรือเลีย บางรายอาจได้รับเชื้อเข้าทางเยื่อตาหรือเยื่อเมือกต่าง ๆ ก็ได้
 อาการในน้องหมาช่วงแรกอาจไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะมีอาการซึม เบื่ออาหาร กินอาหารและน้ำลดลง เจ็บคอ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เคยนิสัยเป็นมิตรกลับดุร้ายก้าวร้าวขึ้น ในทางตรงกันข้ามตัวที่เคยคลาดกลัวไม่กล้าเข้าหาคนกลับเข้ามาคลอเคลียด้วย  จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ระยะตื่นเต้น ไม่อยู่นิ่ง มีอาการทางประสาท เห่าหอนเสียงดัง ชอบกัดแทะ น้ำลายไหล ม่านตาขยาย และสุดท้ายจะเข้าสู่ระยะเป็นอัมพาต คือ ขาอ่อนแรง ทรงตัวไม่อยู่ กลืนน้ำลายไม่ได้ หายใจลำบาก และเสียชีวิตในที่สุด รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 7-10 วัน นับแต่เริ่มแสดงอาการ

     ส่วนอาการของน้องแมวที่ป่วยโรคเรบีส์ทั่วไปก็คล้าย ๆ กับในสุนัข โดยมักจะหลบซ้อนตามใต้ตู้ หรือในที่ที่เงียบสงบ มุมมืด ๆ บางตัวอาจดุร้าย อาจจะข่วนหรือกัดเจ้าของได้หากถูกรบกวน มีเสียงร้องแหบหรือไม่มีเสียงเลย น้ำลายไหล ไม่กินอาหาร เพราะเจ็บคอทำให้กลืนลำบาก สุดท้ายจะเข้าสูระยะเป็นอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุดเช่นกัน แต่รวมระยะเวลาทั้งสิ้นจะสั้นกว่าน้องหมา คือ  3-7 วัน นับแต่เริ่มแสดงอาการ 
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาสัตว์หรือคนที่ป่วยด้วยโรคนี้ ดังนั้นการพาสุนัขและแมวทุกตัวที่เลี้ยงร่วมกัน เข้ารับการฉีดวัคซีนและกระตุ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี จึงเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด ส่วนเจ้าของที่ถูกสุนัขหรือแมวกัด ก็ควรไปจะพบแพทย์เช่นกัน แม้ว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นจะฉีดวัคซีนป้องกันแล้วก็ตาม
 
 
     ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโรคสำคัญที่สุนัขและแมวสามารถเป็นร่วมกันได้ ครบคลุมทุกเชื้อทั้งหนอนพยาธิ โปรตัวซัว เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส บางโรคเป็นปัญหาสำคัญไม่เพียงแต่สัตว์เลี้ยงเท่านั้น ยังรวมถึงตัวของผู้เลี้ยงเองด้วย โรคสุนัขและแมวเป็นร่วมกันได้ยังมีอีกมาก เพื่อน ๆ ที่เลี้ยงน้องหมาร่วมกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ  ก็ควรต้องศึกษาให้ดีก่อนว่า โรคใดบ้างสามารถติดต่อถึงกันได้ จะได้หาทางป้องกัน เพื่อให้น้องหมาของเรานั้นมีสุขภาพที่ดีตลอดไปครับ




TAG : อาหารหมา, อาหารแมว,
ประกาศ/โฆษณาอื่นๆ ของสมาชิกท่านนี้
เมนูครบเครื่องของวัยหัดกิน-หัดเดิน
แนะนำ
เมนูครบเครื่องของวัยหัดกิน-หัดเดิน
เมนูครบเครื่องของวัยหัดกิน-หัดเดิน
( กรุงเทพมหานคร ) - อาหาร > อื่นๆ 24 พฤษภาคม 2561
ราคา ไม่ระบุ
เข้าชม 10 ครั้ง
สมาชิก
6 โรคสำคัญที่สุนัขและแมวเป็นร่วมกันได้
แนะนำ
6 โรคสำคัญที่สุนัขและแมวเป็นร่วมกันได้
6 โรคสำคัญที่สุนัขและแมวเป็นร่วมกันได้
( กรุงเทพมหานคร ) - ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง > สัตว์เลี้ยง 6 พฤษภาคม 2561
ราคา ไม่ระบุ
เข้าชม 13 ครั้ง
สมาชิก
รูขุมขนกว้างมาก หน้ามันมาก เกิดจากอะไร
แนะนำ
รูขุมขนกว้างมาก หน้ามันมาก เกิดจากอะไร
รูขุมขนกว้างมาก หน้ามันมาก เกิดจากอะไร
( กรุงเทพมหานคร ) - เสริมสวย สุขภาพ > อื่นๆ 9 เมษายน 2561
ราคา ไม่ระบุ
เข้าชม 20 ครั้ง
สมาชิก